แอบชักว่าวใส่กางเกงในพี่แฟน

เริ่มแรกเดิมที เจ๊ดวงใจ เธอไม่ค่อยชอบผม เพราะความแตกต่างเรื่องเชื้อชาติ แต่ระยะเวลาพิสูจน์ว่าเรามีความจริงใจกับน้องสาวเขา ทำให้ผ่านจุดนี้ไปได้ และด้วยนิสัยผู้ชาย จึงมีบ้างที่ผมจะแอบส่งสายตา บอกความนัยของผู้ชายแกล้งให้เจ๊แกได้รับรู้ เพียงแต่ไม่พูดอะไรออกมา ซึ่งภรรยาเองก็สงสัยและจับผิดบ่อยๆ ตามประสา บางครั้งผมจะต้องขับรถยนต์ไปกับเจ๊ดวงใจ เพื่อไปซื้อสินค้าต่างจังหวัด แบบไปกลับ ตลอดเวลา เธอจะคอยเอาใจ ในฉบับว่า วานมาขับรถให้ เลยต้องดูแลคนขับรถ หารู้ไม่ว่า ผมเองนะ คิดฟันเจ้าตัวแบบสุดยอดมานาน แต่ที่ทำได้เพียงแค่หยอดคารม ประมาณหมาหยอกไก่ก็เท่านั้น และต้องยอมรับในที่นี้ว่า ผมเคยแอบเอากางเกงชั้นในตัวสวยของเจ๊ดวงใจ ที่ใส่แล้ว มาสำเร็จความใคร่ บ่อยครั้งมาก บางครั้งเผลอปล่อยน้ำเลอะเป้าเป็นวง (ใครจะว่าโรคจิตก็ได้ แต่ขอยอมรับตรงๆ ว่าได้อารมณ์มาก) และแล้วพัฒนาการของสัมพันธ์ก็มาถึงจุดเหมาะสมแห่งโอกาส เนื่องจากภรรยา ต้องไปอบรมที่กรุงเทพฯ เป็นเดือน ซึ่งเราเองก็ต้องคอยวิ่งไปหาทุกเสาร์อาทิตย์ และนั่นคือโอกาสที่จะได้จังหวะเหมาะ ในคืนเกิดเหตุนั้น เราสองคนชวนกันไปทานข้าวนอกบ้าน ซึ่งปกติจะไปด้วยกันเสมอ เพราะเธอเองก็ไม่ได้มีใคร ตามประสา สาวขึ้นคาน แต่ในอดีตแม้จะเคยมีคนรักมาแล้วแต่ก๊อกหัก ฝังใจจำ อีกทั้งหน้าที่ในการดูแลกงสี ทำให้เจ๊เธอไม่มีใคร เป็นอันว่า เมื่อไปทานข้าวแล้วผมก็ขับรถมาส่งที่ร้าน ก่อนเพราะเจ๊ดวงใจคนสวยของผม นั้น บอกว่าจะขอไปอาบน้ำที่ร้านก่อน แล้วจะให้ไปส่งที่บ้านพัก อีกหลัง ผมก็เลยนั่งรออยู่ที่ชั้นล่าง ปล่อยให้เธอขึ้นไปชั้นบน พอได้ยินเสียงว่าเจ๊ดวงใจกำลังเข้าห้องน้ำอาบน้ำ ผมเองก็แว๊ปคิดโรคจิตเหมือนเคย คือ ย่องไปเอากางเกงชั้นในสีชมพู ทรงสวย ไร้คราบสกปรกเพราะเธอใช้แคร์ฟรี อยู่แล้ว จัดการทำธุระอย่างด่วน จนน้ำแตกหยดลงพื้น ผมต้องรีบเอาทิชชูมาเช็ดก่อนโยนทิ้งถังขยะ เสียงเจ๊แกยังอาบน้ำไม่แล้วเสร็จ ผมจึงกลับมานั่งดูทีวีพักกาย สบายใจ ประมาณว่าตื่นเต้นมาก ที่ได้ชักว่าวกลับสาวสวยคนใกล้ตัวที่อยากเย็ดมานาน บ้างก็เปิดjavดูบ้าง แต่ก็ไม่กล้า ว่า 20 นาทีที่รอคอยคนสวย เจ๊ดวงใจก็ลงมา แล้วก็ส่งน้ำอัดลมให้ผมกิน ก่อนที่จะไปนั่งอีกฟากของโซฟา ชวนกันคุยไปหลายเรื่อง คนกะทั่งมาถึงเรื่องของอดีต ก็คือเรื่องแฟนในสมัยวัยรุ่น ผมเองก็หมาหยอกไก่ไปเรื่อย เธอเองก็ตอบแบบปรับทุกข์ ในฉบับไม่แคร์อดีต จนไม่รู้ว่า เราทั้งสอง มานั่งใกล้กันตอนไหน มองเวลา เกือบ สี่ทุ่ม ละครทีวีก็เล่นไป ใจผมเองก็ตุ๊บตั๊บๆ รวบรวมความกล้า และขี่ม้าเลียบค่ายด้วยการ จับมือ ให้ความอบอุ่น และพอขยับใกล้โอบกอดช้าๆ กลัวว่าจะไม่เป็นผล แต่กระนั้นคิดว่า ใจของเราทั้งสองคงตรงกัน ด้วยที่ว่า เธออาจเพียงต้องการความอบอุ่นของผู้ชาย แค่นี้ สุดท้ายผมจึงจูบเค้าแล้วก็ตามเนื้อเรื่องเราสองเค้ามึอะไรกัน แกชักว่าวให้ผม